หลักการและเหตุผล
ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านของโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและพลวัตทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีศักยภาพในการเผชิญกับความท้าทายของอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในช่วงที่ผ่านมาเป็นไปอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ภายใต้ปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่ กระแสโลกาภิวัตน์ที่ทำให้โลกเชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดน การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมากในทุกมิติของชีวิตมนุษย์ รวมถึงระบบการเรียนรู้และการจัดการศึกษา
ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” ส่งผลให้จำนวนผู้เรียนในกลุ่มเด็กและเยาวชนลดลง โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของกลุ่มแรงงานให้สามารถยกระดับสมรรถนะ (upskilling) และสร้างทักษะใหม่ (reskilling) ที่จำเป็นต่อการทำงานในโลกอนาคต นอกจากนี้ เหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นตัวเร่งสำคัญให้ภาคการศึกษาปรับตัวอย่างรวดเร็วเข้าสู่การเรียนรู้แบบดิจิทัล (digital learning) และการเรียนรู้แบบผสมผสาน (blended learning) ซึ่งได้เปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนไปอย่างถาวร
สถานการณ์ทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างระบบการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับนวัตกรรมการสอนเพื่อสร้างการเรียนรู้ที่มีความหมายและยั่งยืน การพัฒนา “อนาคตของการเรียนรู้” จึงต้องอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ ความร่วมมือของเครือข่ายนักวิชาการ ครู อาจารย์ และนักวิจัย ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการสอนที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับสถาบันคลังสมองของชาติ สำนักงานปลัดกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงมีกำหนดจัดโครงการสัมมนาวิชาการ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ครั้งที่ 11 (Scholarship of Teaching and Learning: SoTL11) ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ การออกแบบอนาคตแห่งการเรียนรู้: ประสานพลังปัญญาประดิษฐ์ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความยั่งยืน (Designing the Future of Learning: A Synergy of AI, Creativity, Innovation, and Sustainability) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางพัฒนาระบบการจัดการศึกษาให้ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมทั้งในปัจจุบัน และอนาคตต่อไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้และเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บทเรียน กรณีศึกษา และแนวทางการจัดการศึกษาสมัยใหม่ที่บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และแนวคิดความยั่งยืน ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทและทิศทางของระบบการศึกษาในอนาคต
2. เพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาแนวปฏิบัติ นวัตกรรมการเรียนรู้ และเทคโนโลยีการเรียนการสอน ผ่านผลงานวิจัยและการประยุกต์ใช้จริงในห้องเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้ตอบสนองต่อบริบทของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
3. เพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย และบุคลากรจากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยด้านการพัฒนาการเรียนรู้และนวัตกรรมการศึกษาให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ผลสำเร็จของโครงการ
1. เกิดองค์ความรู้ใหม่ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการประยุกต์ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และ AI เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา
2. ผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคนิคการจัดการเรียนการสอน การทำวิจัย และการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการ เพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์สังคมอนาคต
3. เกิดเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันการศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมงาน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ผู้รับผิดชอบโครงการ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยสายวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบหลัก
ขอบเขตการดำเนินงาน
โครงการสัมมนาวิชาการ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ครั้งที่ 11 (Scholarship of Teaching and Learning: SoTL11) ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ การออกแบบอนาคตแห่งการเรียนรู้: ประสานพลังปัญญาประดิษฐ์ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความยั่งยืน (Designing the Future of Learning: A Synergy of AI, Creativity, Innovation, and Sustainability) มีขอบเขตดำเนินการ ดังนี้
1. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการ โดยมีสายวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
2. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กำหนดจัดงาน โครงการสัมมนาวิชาการ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ครั้งที่ 11 (Scholarship of Teaching and Learning: SoTL11) ในวันที่ 28 – 29 พฤษภาคม พ.ศ.2569
3. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กำหนดจัดกิจกรรมภายในงานดังนี้
1 กิจกรรมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิทยากรในประเทศ และต่างประเทศ
2 กิจกรรม Workshop ด้านการพัฒนาการเรียนการสอนและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน
3 Keynote Speakers จากภาครัฐ และเอกชน
4 กิจกรรม Show and Share เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ
5 นิทรรศการแสดงนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยีทางการศึกษา
หน่วยงาน และมหาวิทยาลัยร่วมจัด
1 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
2 สถาบันคลังสมองของชาติ
3 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
4 มหาวิทยาลัยขอนแก่น
5 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
6 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
7 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
8 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
9 มหาวิทยาลัยมหิดล
10 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
11 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
12 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
13 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ระยะเวลาดำเนินงาน
วันพฤหัสที่ 28 และ วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 รวมจำนวน 2 วัน
สถานที่ดำเนินงาน
หอสมุดสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
รูปแบบกิจกรรมภายในงาน
กิจกรรมภายในงานโครงการสัมมนาวิชาการ การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ครั้งที่ 11 (Scholarship of Teaching and Learning: SoTL11) ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ การออกแบบอนาคตแห่งการเรียนรู้: ประสานพลังปัญญาประดิษฐ์ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความยั่งยืน (Designing the Future of Learning: A Synergy of AI, Creativity, Innovation, and Sustainability) ครอบคลุม 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน (Creativity and Innovation in Pedagogy) 2) เทคโนโลยีในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืน(Technology as an Enabler for Sustainable Learning) 3) การปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืน(Nurturing a Culture of Sustainability) โดยมีรูปแบบกิจกรรมในงานและการดำเนินการ ดังนี้
โดยมีรูปแบบกิจกรรมในงานและการดำเนินการ ดังนี้
1. พิธีเปิด-ปิดงาน
เรียนเชิญผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม มาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีการปาฐกถาให้เหมาะสมกับรูปแบบการจัดงานและประธาน ในพิธีเปิดงาน และจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงช่วงพิธีเปิด สำหรับพิธีปิดจัดให้มีการมอบรางวัล จากกิจกรรม Show & Share และพิธีการส่งมอบเจ้าภาพปีถัดไป
2. การจัดประชุม/เสวนาวิชาการ/กิจกรรม Workshop/กิจกรรม LSEd Special Workshop และกิจกรรม Show & Share
ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการทั้งในรูปแบบการจัดประชุม เสวนาวิชาการ กิจกรรม Workshop หัวข้อต่าง ๆ จากสถาบันเครือข่าย กิจกรรม Show & Share ที่ให้บุคลากร ที่เกี่ยวข้องทางการศึกษาทั้งอาจารย์ระดับอุดมศึกษา ครู ตลอดจนบุคคลทั่วไปได้นำนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการเรียนการสอนของตนเองมาประกวดเพื่อชิงรางวัลและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ รวมกิจกรรมทั้งหมด ไม่ต่ำกว่า 15 หัวข้อ และประมาณการผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 200 คน
3. นิทรรศการ
ในงานจะประกอบด้วยนิทรรศการการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษา (Modern Education Expo) โดยมีผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการไม่น้อยกว่า 200 คน ดำเนินการจัดพื้นที่การจัดแสดงในพื้นที่ขนาด 2.5 x 2.5 x 2.5 เมตร ประมาณ 10 – 20 บูธ และจัดให้มีพื้นที่วางแผ่นผับและเอกสาร เพื่อเผยแพร่ผลงานและเนื้อหา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สถาบันวิจัยเศรษฐกิจสร้างสรรค์
อีเมล sotl11@bu.ac.th
โทรศัพท์ 02-407-3888 ต่อ 2818 (อ.อารีรัตน์ สุจิรปัญญา)
โทรศัพท์ 02-407-3888 ต่อ 2819 (อ.รมณีย์ ยิ่งยง)
